วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559
วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559
mini project Ultrasonic #2
สิ่งที่ได้ทำ
- หลังจากสร้างโค้ด trigger ได้สำเร็จก็ทำ code ส่วนคำนวนระยะทางโดยรับสัญญาณ Echo เป็น input และคำนวนระยะทางหาวัตถุ โดยใกล้สุด 2cm ไกลสุด 4m
จากโค้ดนี้ได้ดัดแปลงจากครั้งที่แล้วคือนำโค้ด trig มารวมกับโค้ด Echo และคำนวนระยะทางหาวัตถุด้วย
1. countTrig คือสร้างสัญญาณ trigger ความกว้าง 50 us หรือ 2500 clk เพื่อให้ ultrasonic ทำงาน
2. เมื่อ echoIn เป็น '1' จะนับcountไปเรื่อยๆ เมื่อ echoIn เป็น '0' จะเข้าสู่ S3 เพื่อคำนวณหาระยะทาง
วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559
mini project Ultrasonic #1
ชื่อหัวข้อโครงงาน : อุปกรณ์ระยะทางจาก Ultrasonic ขนาด 4 ช่องโดยสามารถแสดงผลการใช้งานผ่านหน้าจอ LCD ขนาด 16 X 2
วัตถุประสงค์
- ออกแบบระบบดิจิตอลโดยใช้บอร์ด FPGA เพื่อทำการวัดระยะทางจาก Sensor Ultrasonic จำนวน 4 ช่อง
- ในการวัดแต่ละช่องสัญญาณจะสามารถทำการวัดได้เป็นเป็นอิสระกัน o
- ระบบที่ทำการออกแบบต้องสามารถแสดงค่าระยะทางที่วัดได้ ผ่านทางจอ LCD 16 X 2
ข้อกําหนดความต้องการของระบบ
- ใช้บอร์ดทดลองชิป FPGA (Altera Cyclone III) เป็นตัวประมวลผล
- ใช้ความถี่ของวงจรสร้างสัญญาณนาฬิกาเท่ากับ 50MHz
- ใช้แรงดันไฟเลี้ยงสำหรับ I/O เท่ากับ 3.3V (LVTTL)
- มีการสร้างสัญญาณเพื่ออ่านค่าระยะทางจาก Sensor Ultrasonic จำนวน 4 ช่อง
- สามารถส่งข้อมูลที่วัดได้แต่ละช่อง ผ่านทางจอ LCD 16 X 2
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง
- บอร์ด FPGA (ASTRON LOGIC WARRIOR CYCLONE3 : EP3C10E144C8)
- USB blaster
- แผงต่อวงจร 1 ชุด
- Oscilloscope 1 เครื่อง
- สายไฟต่อวงจร
- Ultrasonic 4 ตัว
Ultrasonic
รูปตัวอย่าง: Ultrasonic
ที่มา:
Ultrasonic หมายถึง คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเกินกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยิน โดยทั่วไปแล้วหูของมนุษย์โดยเฉลี่ยจะได้ยินเสียงสูงถึงเพียงแค่ประมาณ 15 KHz เท่านั้น แต่พวกที่อายุยังน้อย ๆ อาจจะได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงกว่านี้ได้ ดังนั้นโดยปกติแล้วคำว่าอัลตร้าโซนิคจึงมักจะหมายถึงคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงกว่า 20 KHz ขึ้นไป จะสูงขึ้นจนถึงเท่าใดไม่ได้ระบุจำกัดเอาไว้
สาเหตุที่มีการนำเอาคลื่นย่านอัลตร้าโซนิคมาใช้ก็เพราะว่าเป็นคลื่นทีมีทิศทางทำให้เราสามารถเล็งคลื่นเสียงไปยังเป้าหมายที่ต้องการได้โดยเจาะจง เรื่องนี้เป็นคุณสมบัติของคลื่นอย่างหนึ่ง ยิ่งคลื่นมีความถี่สูงขึ้นความยาวคลื่นก็จะยิ่งสั้นลง ถ้าความยาวคลื่นยาวกว่าช่องเปิด ( ที่ให้เสียงนั้นออกมา )ของตัวกำเนิดเสียงความถี่นั้นเช่น คลื่นความถี่ 300 Hz ในอากาศจะมีความยาวถึงประมาณ 1 เมตรเศษ ๆ ซึ่งจะยาวกว่าช่องที่ให้คลื่นเสียงออกมาจากตัวกำเนิดเสียงโดยทั่วไปมากมายคลื่นจะหักเบนที่ขอบด้านนอกของตัวกำเนิดเสียงทำให้เกิดการกระจายทิศทางคลื่นแต่ถ้าความถี่สูงขึ้นมาอยู่ในย่านอัลตร้าโซนิค อย่างเช่น 40 KHz จะมีความยาวคลื่นในอากาศเพียงประมาณ 8 มม. เท่านั้นซึ่งเล็กกว่ารูเปิดของตัวที่ให้กำเนิดเสียงความถี่นี้มากคลื่นเสียงจะไม่มีการเลี้ยวเบนที่ขอบจึงพุ่งออกมาเป็นลำแคบ ๆ หรือที่เราเรียกว่า “มีทิศทาง”
การมีทิศทางของคลื่นเสียงย่านอัลตร้าโซนิคทำให้เรานำไปใช้งานได้หลายอย่าง เช่น นำไปใช้ในเครื่องควบคุมระยะไกล (Ultrasonic remote control) เครื่องล้างอุปกรณ์ (Ultrasonic cleaner) โดยให้น้ำสั่นที่ความถี่สูง เครื่องวัดความหนาของวัตถุโดยสังเกตระยะเวลาที่คลื่นสะท้อนกลับมา เครื่องวัดความลึกและทำแผนที่ใต้ท้องทะเล ใช้ในเครื่องหาตำแหน่งอวัยวะบางส่วนในร่างกาย ใช้ทดสอบการรั่วไหลของท่อ เป็นต้น โดยความถี่ที่ใช้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น คลื่นเสียงต้องเดินทางผ่านอากาศแล้ว ความถี่ที่ใช้ก็มักจะจำกัดอยู่เพียงไม่เกิน 50 KHz เพราะที่ความถี่สูงขึ้นกว่านี้อากาศจะดูดกลืนคลื่นเสียงเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ระดับความแรงของคลื่นเสียงที่ระยะห่างออกไปลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนการใช้งานด้านการแพทย์ซึ่งต้องการรัศมีทำการสั้น ๆ ก็อาจใช้ความถี่ในช่วง 1 MHz ถึง 10 MHz ขณะที่ความถี่เป็น GHz ( 109 Hz ) ก็มีใช้กันในหลายๆ การใช้งานที่ตัวกลางที่คลื่นเสียงเดินทางผ่านไม่ใช่อากาศ
เซ็นเซอร์ตรวจจับด้วยพลังงานเสียง(Ultrasonic Sensors)
อัลตราโซนิกเซ็นเซอร์ส่งสัญญาณพัลส์ของพลังงานซึ่งเป็นการเดินทางของความเร็วเสียง การลดทอนของพลังงานที่ถูกสะท้อนกลับมาจากวัตถุเสียงนี้เป็นการสะท้อนกลับจากวัตถุแล้วเดินทางกลับไปยังเซ็นเซอร์ โดยการตรวจจับระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปกลับของเสียงเมื่อมีการตกกระทบจากวัตถุแล้วนำมาคำนวณเป็นระยะทาง
อัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์หน้าที่และการทำงาน
รูปแบบต่าง ๆ ของอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ประกอบด้วย ตัวตรวจจับด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิค, ชุดส่งสัญญาณ, ชุดประมวลผลและชุดเอ้าท์พุท
รูปตัวอย่าง: หลักการทำงานของอัลตร้าโซนิค
มักจะใช้เป็นภาครับและภาคส่ง อาจมีระบบซึ่งประกอบด้วยส่วนหลักๆ แยกกันอยู่ 2 ส่วน ในระหว่างการทำงาน เซ็นเซอร์จะทำการส่งสัญญาณเสียงซึ่งเรียกว่า “ซาวด์พาร์เซลส์” (Sound parcels) ให้ขบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ของเวลาทำงานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการรับการสะท้อนครั้งแรกเกิดขึ้น
วงจรส่งผ่าน / รับ
สำหรับการทำงานเป็นวงจรของอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ จะส่งผ่านคลื่นพัลซ์เสียงที่ช่วงเวลาสม่ำเสมอหรือช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลง คลื่นเสียงที่ปล่อยออกไปจะถูกสะท้อนได้โดยวัตถุที่เหมาะสม โดยเซ็นเซอร์และระบบการทำงานจะรับการสะท้อนของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมา (ดังแสดงในรูป)ความกว้างของคลื่นพัลซ์ของเสียงอยู่ในช่วง 2.-200 ไมโครเซท
รูปตัวอย่าง: อัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ วงจรส่งผ่าน/รับ
เวลาในการเดินทางของคลื่นพัลซ์ของคลื่นเสียงเป็นการวัดระยะห่างจากวัตถุ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเซ็นเซอร์ ระยะห่างนี้นำไปแสดงในรูปของสัญญาอนาล็อก (Analog Signal) (เช่น 0-20 mA) สัญญาณลอจิก (Logic Signal) (เช่น สัญญาณลอจิก 8 bit) ตลอดทั้ง ซีเรียลอินเตอร์เฟส (Serial Interface) (RS232) หรือการเปรียบเทียบกับค่าอ้างอิงในรูปของสวิสซ์พัลซ์ที่เรียกว่า ไทม์เฟรม (Time Frame)
เนื่องจากขบวนการดำเนินไปตามเวลาที่คลื่นสะท้อนเดินทาง ไม่ใช่เป็นไปตามความเข้มของคลื่นสะท้อน จึงจัดได้ว่าอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ มีข้อดีเหนือกว่าเซ็นเซอร์แบบออปติคอล (Optical Sensor) เวลาที่คลื่นสะท้อนการเดินทางจะ ทำให้ขบวนการดำเนินโดยไม่ขึ้นกับความเข้มของคลื่นสะท้อน ตราบเท่าที่วัตถุยังคงสะท้อนคลื่นที่สามารถตรวจจับได้ออกมา ดังนั้นคุณลักษณะการสวิทซ์ไม่เปลี่ยนไป แม้ในสภาวะที่การสะท้อนเป็นไปอย่างไม่ดีคลื่นสะท้อนที่อ่อนจะมีผลต่อความถูกต้องในการตรวจจับวัตถุ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถทำการตรวจจับวัตถุได้เลย ความเร็วที่เปลี่ยนไปของคลื่นพัลซ์ของเสียง มีผลกระทบต่อพิสัย การทำงานของสวิทช์ (ระยะทาง) โดยตรงเซ็นเซอร์ทำงานด้วยวงจรเวลาที่คงที่ (เช่น t = 20 ms) จะส่งคลื่นเสียงออกมาอย่างสม่ำเสมอ (ดังแสดงในรูป)ดังนั้นวงจรเวลาจะเป็นตัวกำหนดช่วงและวงจรการทำงานของสวิทซ์ของเซ็นเซอร์
รูปตัวอย่าง: อัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ , วงจรเวลาคงที่
รูปตัวอย่าง: การส่งและรับข้อมูล Ultrasonic
ที่มา:
ผลกระทบของอุณหภูมิ(Temperature Effect)
ความไวของเสียงขึ้นอยู่กับแรงดัน และ อุณหภูมิของก๊าซที่เสียงเดินทางผ่าน ในการประยุกต์ใช้อัลตร้าโซนิคส่วนใหญ่องค์ประกอบอื่นๆ และรงดันของก๊าซจะถูกกำหนดให้มีความสัมพันธ์กัน ในขณะที่อุณหภูมิไม้ได้ถูกกำหนดไว้ โดยความไวของเสียงจะเพิ่มขึ้น 1 % ต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 10° F (6° C)
รูปตัวอย่าง: ผลกระทบจากอุณหภูมิ
มุมของวัตถุ(Target Angle)
วัตถุที่มีลักษณะแบนที่ตั้งกับแกนของลำแสงจะสะท้อนพลังงานเสียงไปยังเซ็นเซอร์ได้มากที่สุด ดังนั้นถ้ามุมของวัตถุเพิ่มมากขึ้น พลังงานโดยรวมจะส่งกลับไปยังเซ็นเซอร์ได้น้อยลง สำหรับอัลตร้าโซนิคส่วนใหญ่มุมของวัตถุควรจะน้อยกว่า หรือเท่ากับ 10 องศา
รูปตัวอย่าง: ผลกระทบจากมุมของวัตถุ
กระแสอากาศ(Air Currents)
กระแสอากาศที่เนื่องมาจากลม, พัดลม, อุปกรณ์นิวแมติกหรือแหล่งอื่นๆสามารถรบกวนเส้นทางของพลังงานเสียงได้ ดังนั้นเซ็นเซอร์อาจไม่สามารถตรวจจับวัตถุในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้
ที่มาของข้อมูล Ultrasonic : http://www.compomax.co.th/product/ultrasonic-theory/
สิ่งที่ได้ทำ
- เริ่มจากสร้างโค้ด trig ของ Ultrasonic
count คือสร้างสัญญาณ trig ความกว้าง 20 us หรือ 1000 clk เพื่อให้ ultrasonic ทำงาน (ส่งใหม่ทุกๆ 1วินาที)
รูปภาพสัญญาญที่วัดได้จากเครื่องวัดสัญญาณ Oscilloscope
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)